ขั้นตอนการศึกษาต่อมหาวิทยาลัย ณ ประเทศญี่ปุ่น


 

***  ขั้นตอนการศึกษาต่อมหาวิทยาลัยที่ญี่ปุ่น ***

 

การศึกษาในระดับปริญญาตรีหลักสูตรปกติ ใช้ระยะเวลาศึกษาในมหาวิทยาลัย 4 ปี ส่วนคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์ จะใช้เวลาศึกษา 6 ปี นอกจากหลักสูตรปกติแล้ว ทางมหาวิทยาลัยยังมีระบบผู้เข้าฟัง (Audit) และ นักศึกษาเลือกเสรีด้วย นอกจากการศึกษาระยะยาวเพื่อวุฒิการศึกษาหรือการทำวิจัยระยะยาวแล้ว ญี่ปุ่นยังมีระบบการศึกษาระยะสั้นสำหรับผู้ไม่ต้องการวุฒิการศึกษาด้วย

(1) คุณสมบัติของผู้เรียน (ต้องเป็นไปตามข้อกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้)

·         สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนในประเทศของตน โดยต้องศึกษามาเป็นเวลา 12 ปี (ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย)
*สำหรับผู้ที่จบมัธยมศึกษาในสถาบันการศึกษาระบบโรงเรียนในต่างประเทศ (12 ปี) นั้น ต้องเป็นผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปด้วย จึงสามารถเข้าศึกษาในญี่ปุ่นได้

·         กรณีที่นักศึกษาสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายจากโรงเรียนด้วยระยะเวลาเพียง 10 หรือ 11 ปี นักศึกษาจะต้องผ่านสถาบันสอนภาษาญี่ปุ่นที่มีหลักสูตร “เตรียมเพื่อศึกษาต่อในสถาบันการศึกษาระดับสูง” และต้องมีอายุ 18 ปีขึ้นไป

·         ผู้ซึ่งส่งหลักฐานแสดงว่าผ่านการสอบวัดระดับความสามารถในประเทศบ้านเกิดที่เทียบเท่าการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยในญี่ปุ่น (เช่น การสอบวัดความรู้ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในประเทศเกาหลี)

·         ผู้ที่จะเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีจะต้องเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความรู้เทียบเท่าขึ้นไป ได้แก่

o    เป็นผู้สอบผ่านหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลายของนานาชาติ (International Baccalaureate) เช่น หลักสูตร Abitur ของประเทศเยอรมัน หรือหลักสูตร Baccalaureate ของประเทศฝรั่งเศส และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป

o    เป็นผู้จบการศึกษาภาคบังคับ 12 ปีในโรงเรียนนานาชาติซึ่งได้รับการรับรองจากสมาคมประเมินผลนานาชาติ (WASC, ACSI, ECIS) และมีอายุ18 ปีขึ้นไป

o    เป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายและเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับว่ามีความรู้เทียบเท่าโดยการสำรวจคุณสมบัติการเข้าศึกษาตามระเบียบของแต่ละมหาวิทยาลัย และมีอายุ 18 ปีขึ้นไป

(2) การยื่นใบสมัคร

โดยทั่วไปแล้วเอกสารที่จำเป็นมีดังนี้
1.    ใบสมัคร (ใช้ใบสมัครที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้)

2.    ประวัติการศึกษา

3.    ประกาศนียบัตรระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

4.    ใบแสดงผลการศึกษาของโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย (ใบ ร.บ.)

5.    ใบรับรองจากอาจารย์ใหญ่หรืออาจารย์ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ท่านเคยศึกษา

6.    ใบรับรองแพทย์

7.     รูปถ่าย

8.     สำเนาบัตรประจำตัวคนต่างด้าว กรณีที่ผู้สมัครทำการสมัครเรียนในญี่ปุ่น

9.     เอกสารแสดงความสัมพันธ์กับผู้ค้ำประกัน

(3)กำหนดการรับสมัคร
มหาวิทยาลัยในญี่ปุ่นจะประกาศรับสมัครนักศึกษาในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปี โดยส่วนใหญ่แล้ว มหาวิทยาลัยจะเริ่มภาคการศึกษาแรกในเดือนเมษายน แต่มีบางแห่งที่เปิดรับสมัครเข้าในช่วงเดือนกันยายนหรือเดือนตุลาคม ท่านสามารถดูรายชื่อของมหาวิทยาลัยเหล่านี้ได้ที่เวปไซต์ขององค์การสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น หรือที่สำนักงานข้อมูลการศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น กรุงเทพฯ

สำหรับวันหมดเขตรับสมัคร วิธีการสมัคร และเอกสารที่ต้องใช้จะแตกต่างกันไปตามสถาบันหรือคณะ ดังนั้นขอให้ตรวจสอบโดยตรงกับทางสถาบันด้วย บางแห่งก็เร็ว พอถึงเดือนสิงหาคมก็ปิดรับสมัครแล้ว กรณีที่สมัครจากต่างประเทศนั้นกรุณาดำเนินการให้เสร็จสิ้นและส่งไปให้ถึงทันเวลาที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ รับสมัครด้วย ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อมหาวิทยาลัยที่รับนักศึกษาก่อนมาญี่ปุ่น พร้อมทั้งรายวิชาที่สอบ EJU ได้จากรายชื่อที่ JASSO จัดทำขึ้นได้ที่นี่
ดูการสอบเข้า

หลักสูตรที่ศึกษาด้วยภาษาอังกฤษ
สถาบันการศึกษาระดับสูงในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ดำเนินการเรียนการสอนเป็นภาษาญี่ปุ่น แต่ก็มีมหาวิทยาลัยจำนวนไม่น้อยที่จัดให้มีหลักสูตรพิเศษที่มีการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษเพื่อให้ได้วุฒิการศึกษา และก็ยังมีมหาวิทยาลัยบางแห่งที่จัดการเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษสำหรับหลักสูตรระยะสั้นด้วย
มหาวิทยาลัยที่มีหลักสูตรภาษาอังกฤษ ซึ่งรวบรวมโดยองค์การสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น (JASSO)

หลักสูตรเฉพาะเข้าฟังบรรยาย และวิชาเลือกเสรี  เนื่องด้วย “ผู้เข้าฟัง” เป็นนักศึกษาที่เลือกเข้าฟังบรรยายในรายวิชาเฉพาะ ดังนั้นจึงมีบางมหาวิทยาลัยเรียกผู้เข้าฟังว่าเป็น “นักวิจัยระดับปริญญาตรี” ส่วนหน่วยกิตของวิชาเลือกเสรีจะไม่ได้รับการรับรอง “นักศึกษาวิชาเลือกเสรี”เองก็เป็นนักศึกษาที่ขอเข้าฟังบรรยายในรายวิชาเฉพาะ แต่การรับรองในหน่วยกิตของวิชาเลือกเสรีนั้นจะแตกต่างจากผู้เข้าฟัง วิชา (และหน่วยกิต)ที่อนุญาตให้เข้าฟังหรือคุณสมบัติการเข้าฟังของผู้เข้าฟังและนักศึกษาเลือกเสรีนั้นจะแตกต่างกันไปตามสถาบัน แต่เนื่องจากผู้เข้าฟังและนักศึกษาเลือกเสรีนั้น ถือเป็นนักศึกษาหลักสูตรพิเศษ ดังนั้นหากจะขอรับสถานภาพการอยู่อาศัยเป็น “นักศึกษาวิทยาลัย”แล้ว ตามกฎหมาย “ควบคุมการเข้าเมืองและรับรองผู้อพยพ” นักศึกษาเหล่านี้จะต้อง “เข้าฟังบรรยายมากกว่า 10 ชั่วโมง (600 นาที) ต่อสัปดาห์”
สามารถสอบถาม หรือขอดูรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีระบบเข้าฟังได้ที่ศูนย์ข้อมูลฯ


การโอนหน่วยกิต  มหาวิทยาลัยที่มีระบบโอนหน่วยกิตซึ่งอนุญาตให้ชาวต่างชาติโอนได้ด้วยนั้น แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐประมาณ 40 แห่ง มหาวิทยาลัยท้องถิ่นประมาณ 10 แห่ง และมหาวิทยาลัยเอกชนอีกประมาณ 170 แห่ง อย่างไรก็ตาม ในจำนวนนี้มีมหาวิทยาลัยเพียงส่วนน้อยประมาณ 50 แห่งเท่านั้นที่จัดให้มีการสอบโอนย้ายหน่วยกิตเข้าศึกษาเป็นกรณีพิเศษสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งจำนวนของผู้สมัครสอบในลักษณะนี้ก็มีน้อยด้วย ส่วนใหญ่แล้วนักศึกษาต่างชาติต้องสอบเข้าเหมือนกับคนญี่ปุ่น
มีผู้ที่จบจากวิทยาลัยหลักสูตรระยะสั้นหรือวิทยาลัยเทคนิค ผู้สำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวะที่ได้รับวุฒิ “ผู้เชี่ยวชาญ” ผู้ที่จบหลักสูตรพื้นฐาน (1~2 ปีการศึกษา) ในมหาวิทยาลัย หรือ ผู้ที่จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยหลักสูตร 4 ปีแล้ว ขอโอนหน่วยกิตเข้าเป็นนักศึกษาปี 2 หรือ 3 ในมหาวิทยาลัยเพื่อเปลี่ยนสาขาวิชาเอก และเข้าสู่หลักสูตรที่ได้รับวุฒิการศึกษา (เข้าหลักสูตรปริญญาตรี) แต่จำนวนของผู้ที่ขอโอนหน่วยกิตนั้นก็มีน้อยมาก และ ถึงแม้ว่าจะมีระบบเช่นนี้ แต่ในรายละเอียดเช่น มหาวิทยาลัยจะรับนักศึกษาที่โอนหน่วยกิตหรือไม่นั้นก็จะแตกต่างกันไปตามปีการศึกษาและหลักเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยด้วย ท่านสามารถขอดูรายชื่อมหาวิทยาลัยที่มีระบบโอนหน่วยกิตได้ที่ศูนย์ข้อมูลฯ


การศึกษาระยะสั้นสำหรับนักศึกษาต่างชาติ  การศึกษาระยะสั้นเป็นหลักสูตรการศึกษาระยะสั้นภายในระยะเวลา 1 ปี ซึ่งจะแบ่งเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยภายใต้โครงการแลกเปลี่ยน กับนักศึกษาระยะสั้นทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ภายใต้โครงการแลกเปลี่ยน


เนื้อหาของหลักสูตรจะมีหลากหลาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. ระดับของ ผู้เรียน

:

1) ปริญญาตรี 2) บัณฑิตวิทยาลัย

2. ภาษาที่ใช้

:

1) เฉพาะภาษาญี่ปุ่น 2) เฉพาะภาษาอังกฤษ 3) ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ

3. วิชาที่ศึกษา

:

1) วิชาภาษาญี่ปุ่น 2) วิชาด้านการค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับญี่ปุ่น 3) วิชาด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ 4) วิชาในสายวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ 5) วิชาในสายวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และวิศวกรรมศาสตร์ (แบ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดชั้นเรียนพิเศษสำหรับนักศึกษาต่างชาติระยะสั้น และมหาวิทยาลัยที่ให้เลือกเข้าฟังบรรยายในภาควิชาหรือคณะตามปกติได้ สำหรับสถานภาพในการศึกษานั้นก็มีหลากหลาย เช่น นักศึกษาแลกเปลี่ยน ผู้เข้าฟัง หรือนักศึกษาเสรี)

โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา 

ในระยะนี้ มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นที่เปิดหลักสูตร “ระยะสั้นสำหรับนักศึกษาต่างชาติ (หลักสูตรแลกเปลี่ยน)” ซึ่งเป็นโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัยเป็นเวลา 1 ภาคเรียนหรือ 1 ปีการศึกษา สำหรับนักศึกษาต่างชาติผู้ประสงค์จะขอรับหน่วยกิตในสภาพที่ยังมีชื่ออยู่ในมหาวิทยาลัยในประเทศของตนมีจำนวนเพิ่มขึ้น เนื่องด้วยหลักสูตรเหล่านี้จะต้องสมัครผ่านมหาวิทยาลัยในประเทศของตน ดังนั้นจึงขอให้สอบถามรายละเอียดต่างๆ เช่น วิธีการสมัคร หรือค่าใช้จ่ายที่จำเป็นได้ที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบในมหาวิทยาลัยที่ตนอยู่

กรณีที่นักศึกษาต่างชาติ( เฉพาะนักศึกษาปริญญาตรี และบัณฑิตวิทยาลัย) จะไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นภายใต้โครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยนั้น นักศึกษาเหล่านี้สามารถใช้ประโยชน์จาก “ระบบสนับสนุนนักศึกษาต่างชาติระยะสั้น” ซึ่งจะช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น ค่าตั๋วเครื่องบินไปกลับ หรือทุนการศึกษาได้ ให้ยื่นใบสมัครผ่านมหาวิทยาลัยที่สังกัดอยู่ในประเทศของตน

หลักสูตรระยะสั้นอื่นๆ สำหรับนักศึกษาต่างชาติ  

 ในกรณีที่มหาวิทยาลัยไม่มีโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัย นักศึกษาประเภทต่างๆ เช่น ผู้เข้าฟังสามารถเข้าไปขอรับข้อมูลที่ศูนย์ข้อมูลฯ หรือดูรายชื่อได้ที่เว็บไซต์ขององค์การสนับสนุนนักศึกษาแห่งประเทศญี่ปุ่น http://www.jasso.go.jp หรือสอบถามไปยังมหาวิทยาลัยที่ประสงค์จะไปแลกเปลี่ยนก็ได้ ส่วนเรื่องการจัดการกับหน่วยกิตที่จะได้รับขณะแลกเปลี่ยนนั้น ขอให้ตรวจสอบกับมหาวิทยาลัยที่ตนสังกัดอยู่เสียก่อน ในกรณีที่ไปศึกษาต่อในโครงการที่นอกเหนือจากโครงการแลกเปลี่ยนระหว่างมหาวิทยาลัย ปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่ยังไม่สามารถขอรับทุนการศึกษาได้

เงื่อนไขในการสำเร็จการศึกษา   

นักศึกษาที่จะถือว่าสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จะต้องศึกษาในมหาวิทยาลัย 4 ปี (6ปีสำหรับคณะแพทยศาสตร์ ทันตแพทยศาสตร์ และสัตวแพทยศาสตร์) และได้รับหน่วยกิตครบตามที่มหาวิทยาลัยกำหนดไว้ ซึ่งมหาวิทยาลัยส่วนมากจะกำหนดไว้ว่าต้องได้รับหน่วยกิตมากกว่า124 หน่วยกิตจึงจะจบ (แพทยศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ต้องได้มากกว่า 124หน่วยกิต ส่วนสัตวแพทยศาสตร์จะต้องได้มากกว่า 182 หน่วยกิต) ผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจะได้รับวุฒิ “ปริญญาตรี”

 

ที่มา : http://www.jeic-bangkok.org

ข้อมูลโดย :ศึกษาต่อ,โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น,ญี่ปุ่น,สอนภาษาญี่ปุ่น





โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นแจ๊ท, เรียนญี่ปุ่น, ภาษาญี่ปุ่น, งานญีปุ่น, เรียนภาษาญี่ปุ่น, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี
โรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นแจ๊ท, เรียนญี่ปุ่น, ภาษาญี่ปุ่น, งานญีปุ่น, เรียนภาษาญี่ปุ่น, เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ไหนดี, สถาบันสอนภาษาญี่ปุ่น